การฝึกซ้อมกีฬาฟุตบอลแบบระบบทีม

การฝึกขั้นเริ่มต้นของระบบทีมเมื่อสถานการณ์การฝึกซ้อมแบบจริงมีจำนวนของผู้เล่นฝ่ายรุกเพียงคนเดียวผู้เล่นคนนั้นจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำประตูให้ได้ เช่นการใช้ทักษะส่วนตัวในการเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นกองหลังแต่ในขณะเดียวกันผู้เล่นฝ่ายรับก็ต้องเข้าสกัดไม่ให้ผู้เล่นฝ่ายรุกมีโอกาสในการยิงได้

การเข้าสกัดนั้นสามารถทำได้หลายวิธีการ เช่นการเข้าสกัดให้ลูกฟุตบอลออกจากด้านข้างของสนาม หรือการเข้าสกัดเพื่อนำบอลมาครองหรือการเข้าสกัดด้วยความรุนแรงเพื่อหยุดการเคลื่อนที่ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่มีโอกาสในการเลี้ยงบอลไปข้างหน้าหรือยิงประตูได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้เล่นเกมรับสกัดผลาดไป 1 คนผู้เล่นเกมรับอีกคนต้องเข้าช่วยสกัดทันที

การฝึกซ้อมในลักษณะที่สูงขึ้นโดยใช้นักกีฬาเป็นฝ่ายรุกมีจำนวน 2 คนและผู้เล่นฝ่ายรับมีจำนวน 3 คนจำนวนผู้เล่นฝ่ายรับที่เพิ่มขึ้นมาในขณะที่กำลังฝึกซ้อมจะทำให้เหลือพื้นที่ในการทำเกมรุกน้อยลงไป และจะเป็นการเพิ่มความป้องกันของผู้เล่นฝ่ายรับให้มีความเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ผู้เล่นฝ่ายรุกต้องมองหาพื้นที่ว่างสำหรับการทำประตู โดยวิธีการส่งบอลไปมาด้วยความแม่นยำ หรือใช่เทคนิคส่วนตัวเลี้ยงจี้เข้าหาผู้เล่นฝ่ายรับเพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้ผู้เล่นฝ่ายรุกมีโอกาสในการทำประตู การส่งบอลไปมาของผู้เล่นฝ่ายรุกนั้นค่อยต่อบอลเร็วยิ่งขึ้นและมีการเคลื่อนตำแหน่งที่ยากยิ่งขึ้น

การฝึกซ้อมกีฬาฟุตบอลสถานการณ์แบบจริงให้เพิ่มจำนวนของผู้เล่นฝ่ายรับให้มากขึ้นเรื่อยๆและเพิ่มจำนวนฝ่ายรุกตามมาเป็นลำดับแต่การเพิ่มจำนวนนั้นผู้เล่นฝ่ายรับต้องมีผู้เล่นมากกว่าเสมอ ผู้เล่นฝ่ายรุกจะต้องพยายามเข้าทำประตูให้ได้ ต้องใช้รูปแบบวิธีการต่างๆให้ฝ่ายรุกมีพื้นที่ในในการเข้าทำมากขึ้นและผู้เล่นฝ่ายรับจะต้องยืนคุมพื้นที่ให้ได้ดีที่สุดและที่สำคัญต้องไม่เปิดพื้นที่ว่างให้ผู้เล่นฝ่ายรุกทำประตูได้ง่าย